เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการประชุม รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการภายใต้โครงการ “Enhancing Circularity and Co-Processing for Decarbonizing the Cement and Concrete Value Chain in Thailand” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และ Environment and Climate Change Canada (ECCC)

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการ
• เผยแพร่ผลการดำเนินงานและผลการศึกษาส่วนสุดท้ายของโครงการ
• นำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการ เพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
• รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำไปปรับปรุงและจัดลำดับความสำคัญของมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ“บทบาทของอุตสาหกรรมซีเมนต์: จากปัญหาขยะสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และการมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”

โดยผู้แทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีต การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการตกผลึกแผนปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการใช้กระบวนการเผาร่วม
(Co-processing) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทยในระยะต่อไป

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านปูนปลาสเตอร์ คุณธารณา ศิริโกมล จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าพบ ดร.ณรงค์ศักดิ์ มาตรมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น ที จี กรุ๊ป 1957 จำกัด เพื่อหารือแนวทางการก่อสร้างอาคาร จากผนังยิปซัม เพื่อร่วมกันพัฒนาต่อยอดโครงการ “ผนังยิปซัมจากการรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม” มาสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นพื้นที่อ้างอิงให้กับการใช้นวัตกรรมการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำหรับการก่อสร้างจากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บริเวณจุฬาฯ ซอย 5 ซึ่งจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีแนวคิดในการส่งเสริมความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป

🗓️เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านปูนปลาสเตอร์ คุณธารณา ศิริโกมล จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติในการเข้าเยี่ยมชมและหารือผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัท บลู เลเบิ้ล จำกัด ได้แก่ คุณสรศักดิ์ กวีวรศาสตร์ (Managing Director) คุณนิธิศ กวีวรศาสตร์ (Chemical Engineer) คุณอานัทธมน ไต่เมฆ (Senior Executive Solution Development) และคุณกิตตินันท์ สดใส (Sustainable Innovation Specialist)

โดยการเข้าพบหารือในครั้งนี้ เป็นการสร้างและพัฒนาความร่วมมือเกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การนำของเสียกลับมาใช้ใหม่เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งการพัฒนาความร่วมมือดังกล่าว เป็นโครงการที่จะนำผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย “ผนังยิปซัมจากการรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม” มาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นพื้นที่อ้างอิงให้กับการใช้นวัตกรรมการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ RHINOZ เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท บลู เลเบิ้ล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเคลือบ สถาปัตยกรรม และระบบการตกแต่งพื้นผิว ซึ่งได้รับมาตรฐานด้านสุขภาพและมาตรฐานสากลระดับสูง

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำหรับการก่อสร้างจากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บริเวณจุฬาฯ ซอย 5 ซึ่งจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีแนวคิดในการส่งเสริมความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป

🎉ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการและสัมมนา ในงาน Asia Environmental and Waste Management Expo 2026: Asia EnWastExpo 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้า บริการ และสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสีย จัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ณ อาคาร 5-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีนายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และดร. จุลพงษ์ ทวีศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมด้านยุทธศาสตร์/ กรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมรับฟังการสัมมนา และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการ
🍀ทั้งนี้ กิจกรรมที่ ศสอ. จัดแสดงภายในบูธ P16/2 ประกอบด้วย
– ผนังยิปซัมรีไซเคิลจากแบบพิมพ์ปูนปลาสเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว
– การให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี บริการอบรม และออกใบรับรอง SAFTY DATA SHEET TRAINING
– นวัตกรรม Digital Product Passport (DPP)
– รับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมชมงานและการสัมมนา พร้อมให้ปรึกษาแนะนำในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร. สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการ ศสอ. ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีกลาง ในหัวข้อการสัมมนา “งานวิจัย – นโยบาย – ความยั่งยืน: จากงานวิชาการสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายของประเทศ” ซึ่งได้รับความสนใจและร่วมแสดงความคิดเห็นจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
แล้วอย่าลืม กดติดตามเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร และไม่พลาดกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย

ดูรูปเพิ่มเติม https://www.facebook.com/photo?fbid=1406226187963536&set=pcb.1406274377958717

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) โดยกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ของบริษัท อีเอ โซล่า ลำปาง จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองลำปาง และอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกรวม (Polycrystalline Solar Cell) โดยมีระบบการหมุนแผงตามทิศทางของแสงอาทิตย์

ในการนี้ ทีมนักวิจัยและคณะจากกพร. ได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ รวมไปถึงอาคารรวบรวมกระแสไฟฟ้าและพื้นที่จัดเก็บแผงเซลล์อาทิตย์ที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการขนส่งไปกำจัด

การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึงรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีการ รีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุดทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลจากซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569 คณะนักวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ได้เข้าฟังบรรยายและเข้าเยี่ยมชมทางเดินชมธรรมชาติ (Nature Walkway) อาคารสิรินธารประภากร ซึ่งจากอาคารสามารถมองเห็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร โดยได้รับเกียรติจาก คุณไพรัตน์ ดีทะเล ช่างระดับ 8 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นวิทยากรให้ข้อมูล ณ เขื่อนสิรินธร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

โครงการดังกล่าวเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀ บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar Farm) ที่ติดตั้งบนผิวน้ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 450 ไร่ โดยออกแบบให้ระบบอุปกรณ์ทั้งหมดติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ และเลือกใช้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด Double Glass ซึ่งมีความเหมาะสมต่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและมีการเคลื่อนไหวของผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการป้องกันการเกิดมลพิษในระบบนิเวศ

โรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้หลักการผลิตไฟฟ้าแบบ ผสมผสานระหว่างพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ โดยมี ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) ทำหน้าที่ควบคุมและบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้า รวมถึงนำข้อมูลการพยากรณ์สภาพอากาศมาประเมินกำลังการผลิต เพื่อให้สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับศักยภาพในแต่ละช่วงเวลา

การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ภายในประเทศ ตลอดจนการ พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ภายใต้โครงการ“พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 คณะนักวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) โดย กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมชม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท โซลาร์ โก จำกัด ตั้งอยู่ในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่รายแรกของประเทศไทย

การเยี่ยมชมครั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้าน การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀ รวมถึงรับฟัง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในอนาคต

ในการนี้ ทีมนักวิจัยและคณะจาก กพร. ได้เข้าเยี่ยมชม พื้นที่ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 9.5 เมกะวัตต์ จำนวน 6 โครงการ รวมถึง อาคารรวบรวมกระแสไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ พร้อมทั้งได้ร่วมเสนอแนะแนวทางการ บริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ภายในประเทศ และการ พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักการ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ภายในประเทศ ตลอดจนการ พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ขนาดกำลังการผลิต 19.5 เมกะวัตต์ ของบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำดิบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี โดยโครงการดังกล่าวเป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าภายในนิคมอมตะซิตี้ในปัจจุบัน

การเข้าเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะนักวิจัยได้รับการต้อนรับจากผู้แทนของบริษัทฯ พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกระบวนการผลิตไฟฟ้า⚡จากพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลปริมาณซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่เกิดขึ้นในประเทศ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ☀ อย่างเหมาะสม ตลอดจนพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใต้โครงการ “Enhancing Circularity and Co-Processing for Decarbonizing the Cement and Concrete Value Chain in Thailand” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และ Environment and Climate Change Canada (ECCC)

การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการจัดการของเสียชุมชนด้วยวิธีการเผาร่วมในเตาปูนซีเมนต์ (Co-processing) ได้แก่
• หน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบด้านการจัดการขยะชุมชน
• หน่วยงานและภาคเอกชนที่ดำเนินการผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse-Derived Fuel: RDF)
• โรงงานอุตสาหกรรมผู้ผลิตปูนซีเมนต์
• องค์กรภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น TCMA และ FTI
• หน่วยงานกำกับดูแล ส่งเสริม และกำหนดนโยบาย เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ภายในงานมีการนำเสนอผลการศึกษาที่สำคัญบางส่วนของโครงการ ควบคู่กับกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่อ “(ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทย” ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการใช้กระบวนการเผาร่วม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทยในระยะต่อไป

🗓️ เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569 ทีมนักวิจัย ศสอ. ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดยกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (กพร.) ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมชม 🏣บริษัท เอเชีย กรีน รีสแครป จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการจัดการและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ การจัดเก็บและรวบรวมแบตเตอรี่ตะกั่วและแบตเตอรี่ลิเธียมใช้แล้วทุกประเภท ด้วยกระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ยังให้บริการรับกำจัด บดย่อย และรีไซเคิล ซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) ที่หมดอายุการใช้งาน โดยคำนึงถึงการจัดการของเสียอย่างถูกต้องตามหลักสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ระบบการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน

ในการนี้ ทีมนักวิจัยและคณะจาก กพร. ได้เยี่ยมชมพื้นที่พักรอการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ♻️ รวมถึงศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ☀️ ที่สิ้นสภาพการใช้งาน และกระบวนการคัดแยกองค์ประกอบวัสดุภายในแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล

การเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ♻️ ภายในประเทศ รวมถึงการพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ภายใต้โครงการ“พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”