🎉 นางสาวกรรณิการ์ ความสวัสดิ์ นักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมเป็นผู้เขียนคู่มือ E-waste Statistics: Guidelines on Classifications, Reporting and Indicators -Third Edition (2026) ซึ่งเป็นเอกสารเชิงแนวทางสำคัญระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ UNITAR-SCYCLE ในกรอบการดำเนินงานของ United Nations Institute for Training and Research (UNITAR)

🍀คู่มือฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนหน่วยงานสถิติแห่งชาติ องค์กรภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องทั่วโลก ในการพัฒนาระบบสถิติขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) ให้มีความเข้มแข็ง ถูกต้อง และสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ในระดับสากล ซึ่งคู่มือนี้ มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจและการติดตามสถิติขยะอิเล็กทรอนิกส์ในทุกช่วงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมตั้งแต่
📌 ปริมาณผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาด (Put on Market)
📌 การเกิดขยะ E-waste
📌 การรวบรวมและการจัดการ
📌 การเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน

🔹พร้อมทั้งแนะนำ UNU-KEYs Version 2 เพื่อให้การจำแนกประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สะท้อนบริบทเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงแนวทางการวัดอัตราการฟื้นคืนวัตถุดิบทุติยภูมิ และการรายงานข้อมูลด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

🔹จากข้อมูลในรายงาน พบว่าปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกสูงถึง 62 ล้านตันในปี 2022 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 80 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 ข้อมูลเชิงสถิติที่เป็นระบบดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบนโยบายและมาตรการบนพื้นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: สามารถศึกษาและดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ Sustainable Cycles Programme
🔗 https://www.scycle.info/e-waste-statistics-guidelines/

🗓️เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15:00 น.
คุณสุรชัย ลีวัฒนานุกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กรณีศึกษามาตรการลดก๊าซเรือนกระจก ตามแนวทางระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน” ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

🍀การบรรยายครั้งนี้ มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และกรณีศึกษาที่สะท้อนแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านกลไกเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเชื่อมโยงมิติการจัดการของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาระบบที่เอื้อต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีตัวอย่างการดำเนินงานของ ศสอ. ที่ผ่านมาที่ผลักดันเรื่อง circular economy ทั้งการทำเกณฑ์สิ้นสุดการเป็นของเสีย และการประเมินความเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในองค์กร สำหรับการลดก๊าซเรือนกระจก ในการดำเนินการจัดการของเสียสามารถประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกได้

🌱กิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจหมุนเวียน และการลดก๊าซเรือนกระจกที่เป็นผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ของประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

♻️กระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศญี่ปุ่น EXRI Asia และ ศสอ.ได้ร่วมจัดงานสัมมนา เรื่อง “การศึกษารูปแบบการถอดแยกและการรีไซเคิลในกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า” เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 – 16.00 น. ณ ห้องคริสตัล 1–2 ชั้น 3 โรงแรมเซนจูรี่ พาร์ค กรุงเทพมหานครที่ผ่านมา

⚡การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ศสอ., Mitsubishi Materials Corporation (MMC) และ EXRI Asia Co., Ltd. โดยมีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์การไหลของวัสดุ (Material Flow Analysis) ตลอดจนแนวทางและความเป็นไปได้ของการจัดตั้งสถานประกอบการคัดแยกที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการของเสียเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Hub of Waste Management for Sustainable Development)” โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง แสดงความคิดเห็น และสร้างเครือข่ายการดำเนินงานเกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอย่างยั่งยืน

♻️ The Ministry of the Environment, Japan, EXRI Asia Co., Ltd., and the Center of Excellence on Hazardous Substance Management (HSM), Chulalongkorn University, jointly organized a seminar entitled “A Study on Dismantling and Recycling Models in the Management Process of Waste Electrical and Electronic Equipment (WEEE)” on Monday, 23 February 2026, from 13:30 to 16:00 hrs., at Crystal Room 1–2, 3rd Floor, Century Park Hotel, Bangkok.

The seminar was conducted under the Memorandum of Understanding (MOU) between HSM, Mitsubishi Materials Corporation (MMC), and EXRI Asia Co., Ltd. The event featured presentations and knowledge exchange on Material Flow Analysis (MFA), as well as discussions on approaches and feasibility for establishing environmentally friendly dismantling and sorting facilities. The objective was to enhance the efficiency of Thailand’s WEEE management system in alignment with Circular Economy principles.

⚡This activity was part of the “Hub of Waste Management for Sustainable Development” project, which aims to strengthen collaboration among experts and stakeholders in the field of waste management. Participants from government agencies, the private sector, and academic institutions actively shared perspectives, exchanged ideas, and fostered networking to support sustainable e-waste management in Thailand.

♻️เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Department of Civil and Environmental Engineering, Korea Advance Institute of Science and Technology (KAIST) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง ศสอ. โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการ ร่วมกับ Gyeongbuk Carbon Neutrality Center (GBCN), SOUTH KOREA โดย Professor Wontae Lee, Director ณ โรงแรมสยาม
แอ็ด สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล, กรุงเทพฯ เพื่อสร้างความร่วมมือในรูปแบบพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรมาพัฒนางานวิจัยร่วมกัน

🧪ในโอกาสนี้ KAIST และ ศสอ. ได้ร่วมกันจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการวิชาการด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม “The 31st Thailand-Korea Workshop on Environmental Engineering” เพื่อนำเสนอผลงานวิจัย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศเกาหลี ประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา จาก KAIST และมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสองฝ่าย จำนวน 37 คน ทั้งนี้ คณะผู้ร่วมจัดการประชุมจะนำความคิดเห็นอันทรงคุณค่าจากผู้เข้าประชุมไปต่อยอดและพัฒนางานวิจัยที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป

🍀ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาและจัดทำทำเนียบปรอทของประเทศไทยโดยการประยุกต์ใช้เครื่องมือ UNEP Toolkit” ณ ห้องแสงเพชร โรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง จ.ระยอง

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Advanced Minamata Assessment in Thailand” ซึ่ง ศสอ. ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำทำเนียบปรอทแห่งชาติ, การวิเคราะห์ผังการไหลของวัสดุ (MFA) และจัดทำร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านปรอท
โดยวิทยากรรับเชิญผู้มีประสบการณ์ ได้แก่

– คุณนภดล ศรีหิรัญ กรมควบคุมมลพิษ
– ผศ.ดร.อัมพิรา เจริญแสง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– รศ.ดร.อุ่นเรือน เล็กน้อย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– ผศ.ดร.ศุภชัย หิรัญศุภโชติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
– ดร. กนกพร อินแตง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมอบรมครั้งที่ 3 ของโครงการฯ โดยครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โอเต็ล กรุงเทพฯ และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวประกอบด้วยขอบเขตเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานและพันธกรณีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท, การใช้เครื่องมือ UNEP Toolkit ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานกลางสำหรับการประเมินและจัดทำทำเนียบการปลดปล่อยสารปรอท, และการวิเคราะห์ผังการไหลและกรณีศึกษา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการปรอทที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเผยแพร่นโยบายด้านการจัดการปรอทของประเทศไทย และแนวทางการดำเนินกิจกรรมภายหลังประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการประชุม รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการภายใต้โครงการ “Enhancing Circularity and Co-Processing for Decarbonizing the Cement and Concrete Value Chain in Thailand” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และ Environment and Climate Change Canada (ECCC)

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการ
• เผยแพร่ผลการดำเนินงานและผลการศึกษาส่วนสุดท้ายของโครงการ
• นำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการ เพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
• รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำไปปรับปรุงและจัดลำดับความสำคัญของมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ“บทบาทของอุตสาหกรรมซีเมนต์: จากปัญหาขยะสู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน และการมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”

โดยผู้แทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีต การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการตกผลึกแผนปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนการใช้กระบวนการเผาร่วม
(Co-processing) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทยในระยะต่อไป

🗓️ เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2569 นักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดยกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (กพร.) เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโดยมีระบบการปรับหมุนแผงตามทิศทางของแสงอาทิตย์ (Tracking System) 🎗️บริษัท สมาร์ท โซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด ในจังหวัดกระบี่ และจังหวัดตรัง โดยบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานให้กับสหกรณ์ที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคเกษตร พ.ศ.2560 ระยะที่ 2 ประกอบด้วย
🔹สหกรณ์การเกษตรลำทับ จำกัด ตำบลลำทับ อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 4.64 เมกะวัตต์
🔹สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธกส. ตรัง จำกัด ตำบลลำภูรา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 5 เมกะวัตต์
การเข้าเยี่ยมชมครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับจากผู้แทนของบริษัทฯ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลปริมาณซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่เกิดขึ้นในประเทศ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเหมาะสม ตลอดจนพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ♻️ (Circular Economy)

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านปูนปลาสเตอร์ คุณธารณา ศิริโกมล จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าพบ ดร.ณรงค์ศักดิ์ มาตรมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น ที จี กรุ๊ป 1957 จำกัด เพื่อหารือแนวทางการก่อสร้างอาคาร จากผนังยิปซัม เพื่อร่วมกันพัฒนาต่อยอดโครงการ “ผนังยิปซัมจากการรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม” มาสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นพื้นที่อ้างอิงให้กับการใช้นวัตกรรมการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำหรับการก่อสร้างจากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บริเวณจุฬาฯ ซอย 5 ซึ่งจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีแนวคิดในการส่งเสริมความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป

🗓️เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านปูนปลาสเตอร์ คุณธารณา ศิริโกมล จากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติในการเข้าเยี่ยมชมและหารือผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของบริษัท บลู เลเบิ้ล จำกัด ได้แก่ คุณสรศักดิ์ กวีวรศาสตร์ (Managing Director) คุณนิธิศ กวีวรศาสตร์ (Chemical Engineer) คุณอานัทธมน ไต่เมฆ (Senior Executive Solution Development) และคุณกิตตินันท์ สดใส (Sustainable Innovation Specialist)

โดยการเข้าพบหารือในครั้งนี้ เป็นการสร้างและพัฒนาความร่วมมือเกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์การนำของเสียกลับมาใช้ใหม่เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งการพัฒนาความร่วมมือดังกล่าว เป็นโครงการที่จะนำผลิตภัณฑ์จากงานวิจัย “ผนังยิปซัมจากการรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม” มาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน และเป็นพื้นที่อ้างอิงให้กับการใช้นวัตกรรมการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ RHINOZ เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท บลู เลเบิ้ล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเคลือบ สถาปัตยกรรม และระบบการตกแต่งพื้นผิว ซึ่งได้รับมาตรฐานด้านสุขภาพและมาตรฐานสากลระดับสูง

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำหรับการก่อสร้างจากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บริเวณจุฬาฯ ซอย 5 ซึ่งจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีแนวคิดในการส่งเสริมความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป

🎉ระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการและสัมมนา ในงาน Asia Environmental and Waste Management Expo 2026: Asia EnWastExpo 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้า บริการ และสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสีย จัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ณ อาคาร 5-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีนายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และดร. จุลพงษ์ ทวีศรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมด้านยุทธศาสตร์/ กรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมรับฟังการสัมมนา และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการ
🍀ทั้งนี้ กิจกรรมที่ ศสอ. จัดแสดงภายในบูธ P16/2 ประกอบด้วย
– ผนังยิปซัมรีไซเคิลจากแบบพิมพ์ปูนปลาสเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว
– การให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยด้านสารเคมี บริการอบรม และออกใบรับรอง SAFTY DATA SHEET TRAINING
– นวัตกรรม Digital Product Passport (DPP)
– รับฟังความคิดเห็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมชมงานและการสัมมนา พร้อมให้ปรึกษาแนะนำในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร. สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการ ศสอ. ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีกลาง ในหัวข้อการสัมมนา “งานวิจัย – นโยบาย – ความยั่งยืน: จากงานวิชาการสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายของประเทศ” ซึ่งได้รับความสนใจและร่วมแสดงความคิดเห็นจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
แล้วอย่าลืม กดติดตามเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร และไม่พลาดกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย

ดูรูปเพิ่มเติม https://www.facebook.com/photo?fbid=1406226187963536&set=pcb.1406274377958717