เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) โดยกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ของบริษัท อีเอ โซล่า ลำปาง จำกัด ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองลำปาง และอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกรวม (Polycrystalline Solar Cell) โดยมีระบบการหมุนแผงตามทิศทางของแสงอาทิตย์

ในการนี้ ทีมนักวิจัยและคณะจากกพร. ได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ รวมไปถึงอาคารรวบรวมกระแสไฟฟ้าและพื้นที่จัดเก็บแผงเซลล์อาทิตย์ที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการขนส่งไปกำจัด

การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึงรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีการ รีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุดทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลจากซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569 คณะนักวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ได้เข้าฟังบรรยายและเข้าเยี่ยมชมทางเดินชมธรรมชาติ (Nature Walkway) อาคารสิรินธารประภากร ซึ่งจากอาคารสามารถมองเห็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร โดยได้รับเกียรติจาก คุณไพรัตน์ ดีทะเล ช่างระดับ 8 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นวิทยากรให้ข้อมูล ณ เขื่อนสิรินธร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

โครงการดังกล่าวเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀ บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar Farm) ที่ติดตั้งบนผิวน้ำครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 450 ไร่ โดยออกแบบให้ระบบอุปกรณ์ทั้งหมดติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ และเลือกใช้ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด Double Glass ซึ่งมีความเหมาะสมต่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและมีการเคลื่อนไหวของผิวน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการป้องกันการเกิดมลพิษในระบบนิเวศ

โรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้หลักการผลิตไฟฟ้าแบบ ผสมผสานระหว่างพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ โดยมี ระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) ทำหน้าที่ควบคุมและบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้า รวมถึงนำข้อมูลการพยากรณ์สภาพอากาศมาประเมินกำลังการผลิต เพื่อให้สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับศักยภาพในแต่ละช่วงเวลา

การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ภายในประเทศ ตลอดจนการ พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ภายใต้โครงการ“พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569 คณะนักวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) โดย กองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมชม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท โซลาร์ โก จำกัด ตั้งอยู่ในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในกลุ่มบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่รายแรกของประเทศไทย

การเยี่ยมชมครั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้าน การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀ รวมถึงรับฟัง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในอนาคต

ในการนี้ ทีมนักวิจัยและคณะจาก กพร. ได้เข้าเยี่ยมชม พื้นที่ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 9.5 เมกะวัตต์ จำนวน 6 โครงการ รวมถึง อาคารรวบรวมกระแสไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ พร้อมทั้งได้ร่วมเสนอแนะแนวทางการ บริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ภายในประเทศ และการ พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักการ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ภายในประเทศ ตลอดจนการ พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ขนาดกำลังการผลิต 19.5 เมกะวัตต์ ของบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในอ่างเก็บน้ำดิบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี โดยโครงการดังกล่าวเป็นระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าภายในนิคมอมตะซิตี้ในปัจจุบัน

การเข้าเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะนักวิจัยได้รับการต้อนรับจากผู้แทนของบริษัทฯ พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านกระบวนการผลิตไฟฟ้า⚡จากพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลปริมาณซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่เกิดขึ้นในประเทศ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ☀ อย่างเหมาะสม ตลอดจนพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใต้โครงการ “Enhancing Circularity and Co-Processing for Decarbonizing the Cement and Concrete Value Chain in Thailand” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) และ Environment and Climate Change Canada (ECCC)

การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการจัดการของเสียชุมชนด้วยวิธีการเผาร่วมในเตาปูนซีเมนต์ (Co-processing) ได้แก่
• หน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบด้านการจัดการขยะชุมชน
• หน่วยงานและภาคเอกชนที่ดำเนินการผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse-Derived Fuel: RDF)
• โรงงานอุตสาหกรรมผู้ผลิตปูนซีเมนต์
• องค์กรภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น TCMA และ FTI
• หน่วยงานกำกับดูแล ส่งเสริม และกำหนดนโยบาย เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ภายในงานมีการนำเสนอผลการศึกษาที่สำคัญบางส่วนของโครงการ ควบคู่กับกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่อ “(ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทย” ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการใช้กระบวนการเผาร่วม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตของประเทศไทยในระยะต่อไป

🗓️ เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569 ทีมนักวิจัย ศสอ. ร่วมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดยกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (กพร.) ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมชม 🏣บริษัท เอเชีย กรีน รีสแครป จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการจัดการและกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ การจัดเก็บและรวบรวมแบตเตอรี่ตะกั่วและแบตเตอรี่ลิเธียมใช้แล้วทุกประเภท ด้วยกระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ยังให้บริการรับกำจัด บดย่อย และรีไซเคิล ซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) ที่หมดอายุการใช้งาน โดยคำนึงถึงการจัดการของเสียอย่างถูกต้องตามหลักสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ระบบการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน

ในการนี้ ทีมนักวิจัยและคณะจาก กพร. ได้เยี่ยมชมพื้นที่พักรอการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ♻️ รวมถึงศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ☀️ ที่สิ้นสภาพการใช้งาน และกระบวนการคัดแยกองค์ประกอบวัสดุภายในแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล

การเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ♻️ ภายในประเทศ รวมถึงการพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด ภายใต้โครงการ“พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

🎊🎊นักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และสำรวจข้อมูลการจำหน่ายแผงโซล่าเซลล์มือสองในจังหวัดเชียงราย 🗓️ ระหว่างวันที่ 8-10 มกราคม 2569

นักวิจัย ศสอ. ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงาน 🏣 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท เชียงราย โซล่าร์ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยได้รับการต้อนรับจากคุณเอกชัย อภิธนัง ผู้จัดการโครงการ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ☀️ และรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์อย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ ยังได้ลงพื้นที่สำรวจและจัดเก็บข้อมูลการจำหน่ายและรับซื้อแผงโซล่าเซลล์มือสอง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อศึกษาและรวบรวมปริมาณซากแผงโซล่าเซลล์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศ และพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการรีไซเคิลวัสดุให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เกิดการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่าตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้โครงการ “พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์”

ขอเชิญชวนเข้าร่วมฟังการสัมมนาในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.45 – 12.45 น. ในหัวข้อ “งานวิจัย – นโยบาย – ความยั่งยืน: จากงานวิชาการสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายของประเทศ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) ในงาน Asia EnwastExpo 2026 ณ อาคาร 5-6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นอกจากนั้น ศสอ.ได้ร่วมจัดงานนิทรรศการภายในงานนี้เพื่อประชาสัมพันธ์งานวิจัยและโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียและสารอันตราย ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ อาคาร 5-6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี งาน Asia EnwastExpo 2026 หรือ งาน Asia Environmental Waste Management Expo 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้า บริการ และสัมมนาด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียแห่งเอเชีย โดยแนวคิดสำหรับปี 2026 คือ “Empowering Asia’s Green Future” หรือ “ขับเคลื่อนเอเชีย สู่เศรษฐกิจสีเขียว” โดยกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ไฮไลท์และกิจกรรมภายในงาน Asia EnwastExpo 2026

  • การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม แบบครบมิติ เทรนด์อุตสาหกรรม
    สิ่งแวดล้อม
  • ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยจากองค์กรชั้นนำกว่า 200 แห่ง
    ทั้งไทยและต่างประเทศ
  • เรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร 360 องศา
  • เปิดโอกาสสู่เครือข่ายและความร่วมมือทางธุรกิจใหม่โปรแกรมจับคู่
    เจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ
  • กิจกรรมประชุม สัมมนาเชิงวิชาการ
  • โซน Start-up
  • ผลิตภัณฑ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับจำหน่าย
  • เครื่องจักรและเทคโนโลยีล้ำสมัย สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เทศบาล
    องค์กรรัฐ และเอกชน

😘 ในวันที่ 5-9 มกราคม 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการของเสียเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (WMS-HUB) ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการเนื่องในวันนักประดิษฐ์ 2569 จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

😘 ทั้งนี้ ศสอ. ร่วมกับ HUB ได้นำงานวิจัยมาจัดแสดง ได้แก่

1. กิจกรรมฐานสิ่งแวดล้อม “Refrigerant rescue mission” ให้ความรู้ และความตระหนัก เกี่ยวกับผลกระทบของสารทำความเย็นต่อภาวะโลกร้อน ภายในฐานมีการให้ร่วมเล่นเกมส์ลุ้นรางวัลมากมาย ณ Hall EH103 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม คืนสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกที่ดีกว่า (Restore the Earth, Renew Our Future) 🌍♻️

2. โครงการแผ่นไม้เทียมกากปูนขาวจากอุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ (Lime Mud Composite Board) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ไทยพลาสวู้ด จำกัด บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด ณ Zone DD12 ในงานนี้นักวิจัย ศสอ. ได้นำเสนอผลงานโครงการแผ่นไม้เทียมกากปูนขาวจากอุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ (Lime Mud Composite Board) บนเวทีสิ่งประดิษฐ์สู่การใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีรีไซเคิล/อัพไซเคิลของเสียอุตสาหกรรมให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ได้ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน

🗓️วันที่ 7 มกราคม 2569 ทีมนักวิจัยจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติจาก

🔹นางสาวศิรกาญจน์ เหลืองสกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน
🔹นางสาวธนธร ยอดสมสวย นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ
🔹พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่จาก กรมโรงงานอุตสาหกรรม

เข้าร่วมดำเนินการ ตรวจประเมินและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานจัดสอบมาตรฐานเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ เพื่อให้เป็นไปตามบทบาท อำนาจหน้าที่ และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอย่างถูกต้องครบถ้วน

การตรวจประเมินในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการยกระดับความเป็นมาตรฐานของหน่วยงานจัดสอบ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของกระบวนการจัดสอบมาตรฐาน ตามกรอบกฎหมายและแนวทางที่เกี่ยวข้อง